|
|
|
|
| |
ความรู้คู่บ้าน
พื้นปาเก้
ส่วนใหญ่เมื่อโดนน้ำมากๆ จะทำให้ปาเก้หลุดร่อนเกิดความเสียหาย
บางครั้งอาจ จะหลุดร่อนทั้งพื้น หากเกิดลักษณะอย่างนี้ ถ้าเกิดเป็นบริเวณที่มาก
ให้ปรึกษาช่างเพื่อให้ช่างมาแก้ไข ไม่ควรคิดจะซ่อมเอง แต่ หากเกิดการหลุดร่อนแค่ไม่กี่ชิ้นเราก็พอจะซ่อมแซมเองได้
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปาเก้หลุดอาจจะมีสาเหตุดังนี้
1. เนื่องการจากติดกาวไม่อยู่
หรือไม่ค่อยแน่น คือ เรียบขัดก่อนกาวแห้ง หรือทากาวไม่สม่ำเสมอ
2. มีน้ำขังบนพื้น เป็นเวลานานทำให้ไม้พองตัวโก่งตัวขึ้นมา
3. ปลวกกินไม้ ทำให้ไม้เป็นแอ่ง
ไม่เรียบ หรือเป็นรอย ไม่สวยงาม
วิธีการซ่อมแซม ให้ทำดังนี้
1.ก่อนอื่นให้สำรวจว่าใช้ปาเก้ไม้ชนิดใด
เช่น ไม้แดง ไม้สัก ไม้มะค่า หรือไม้เนื้อแข็งธรรมดา จากนั้นก็คำนวณดูว่าจะต้องใช้ในปริมาณเท่าไหร่
แล้วจากนั้นก็ซื้อมาเตรียมไว้
2. และขูดเอาเกาเก่าออกให้หมด
จากถ้าพื้นสกปรกควรทำความสะอาด และทำให้แห้ง
3. ทากาวลาเท็กซ์ที่เตรียมไว้
แล้ว จากนั้นก็เอาชิ้นไม้ปาเก้ที่เตรียมไว้ มาประกบตามรอยเดิม
แล้วใช้ตะปูตอกยึดเพื่อเพิ่มความแน่น
4. จากนั้นทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท
อย่างน้อย 15 วัน (ถ้าพื้นยังไม่แห้งเวลาทาสี สีจะพองทำให้พื้นเสียไปเลย)
5. นำกระดาษทรายเบอร์ 0 ที่ละเอียดมาขัดตามรอยต่อ
ให้ชิ้นไม้เสมอกัน นำน้ำมันวานิชผสมทินเนอร์ทาบาง ๆ 2-3 ครั้งจนกระทั่งได้ระดับแล้วขัดด้วยกระดาษทรายอีกครั้งจบเรียบ
เครื่องปรับอากาศ
การเลือกใช้เครื่องปรับอากาศ
เครื่องปรับอากาศโดยทั่วไปแบ่งออกได้ดังนี้
1. แบบติดหน้าต่าง หรือ WINDOW
TYPE เป็นประเภทที่รวมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ในชุดเดียว และ
ติดแขวนไว้ที่ช่องหน้าต่างหรือผนังห้อง โดยเป่าลมเย็นให้เข้าห้อง
พร้อมกับมีส่วนระบายความร้อนออกมาด้านนอก แบบนี้ตัวเครื่องจะมีขนาด
ประมาณ 0.7-2.5 ตัน เครื่องปรับอากาศประเภทนี้ เหมาะกับห้องที่ติดตั้งวงกบหน้าต่าง
มีกระจกช่องแสงปิดตาย บานกระทุ้งหรือบานเกล็ด
ข้อดี
- การติดตั้งเคลื่อนย้ายสะดวกและรวดเร็ว
ข้อเสีย
- หากเครื่องมีขนาดใหญ่เกินไปจะมีปัญหาในการติดตั้ง
เพราะบริเวณช่องหน้าต่างไม่สามารถรับน้ำหนักมากได้
- กินไฟสูงและมีเสียงดังกว่าทุกประเภทเพราะการสั่นสะเทือนของตัวเครื่อง
2. แบบแยกส่วน หรือ SPLIT
TYPE เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด ที่เรียกว่าแยกส่วน
เพราะได้แยกเอาส่วนที่เป่าลมเย็น ออกจากตัวเครื่องระบายความร้อน
โดยมีขนาดตั้งแต่ 1- 50 ตัน ติดตั้งได้ทั้งที่ใต้เพดานหรือบนพื้นราบ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสวยงามและความเหมาะสมกับห้อง
ข้อดี
- ไม่ค่อยมีเสียงดังรบกวน เหมาะกับห้องนอนที่ต้องการความเงียบ
ข้อเสีย
- มีความยุ่งยากในการติดตั้ง
เพราะต้องคำนึงถึงการเดินท่อระหว่างเครื่องที่แยกส่วน
3. แบบเครื่องชนิดทำน้ำเย็น
หรือ WATER CHILLER ระบบนี้ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการสร้างความเย็น
เหมาะใช้กับอาคารขนาดใหญ่ ตัวเครื่องมีน้ำหนักตั้งแต่100 ตันขึ้นไป
ข้อดี : -
กินไฟน้อยกว่าประเภทอื่น
ข้อเสีย :
- มีความยุ่งยากในการติดตั้งมาก และต้องเตรียมโครงสร้างให้แข็งแรง
4. แบบเคลื่อนที่ได้ หรือ
PORTABLE TYPE เป็นระบบที่ออกแบบมา เพื่อให้ผู้ใช้สะดวกในการนำไปใช้งาน
ตัวเครื่องมีขนาดกระทัดรัด เคลื่อนย้ายได้ง่าย เนื่องจากติดตั้งตัวล้อไว้ที่ฐาน
ข้อดี : -
เคลื่อนย้ายไปทุกที่ได้สะดวก น้ำหนักเบา ใช้งานง่ายและกินไฟน้อย
ข้อเสีย :
- ใช้ได้กับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 10-13 ตารางเมตร
ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ
1. ขนาดที่เหมาะสมกับห้องที่ต้องการติดตั้ง
สามารถดูได้จากตาราง ขนาดพื้นที่ห้องเทียบความสูงของห้องปกติ
( ไม่เกิน 3เมตร ) พื้นที่ห้องตามความสูงปกติ ขนาดเครื่องปรับอากาศ
ขนาดห้อง |
ตารางเมตร |
บีทียู/ชั่วโมง
|
" |
13
- 14 |
8,000 |
" |
16
- 17 |
10,000 |
" |
20 |
12,000 |
" |
23
- 24 |
14,000 |
" |
30 |
18,000 |
" |
40 |
24,000 |
B.T.U.
ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT |
2. คำนึงถึงการใช้งานหรือวัตถุประสงค์ของห้องต่างๆ
เช่น
- ห้องที่มีพื้นที่จำกัด เช่นห้องชุด
คอนโดมิเนียม ควรใช้แบบแขวนใต้ฝ้าเพดาน
- ห้องนอน ควรเน้นประเภทที่เงียบเป็นพิเศษ
และ ให้ความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิเพื่อการพักผ่อนยาวนานตลอดคืน
- อาคารขนาดใหญ่ นิยมใช้เป็นระบบปรับอากาศส่วนกลาง
หรือ CENTRAL AIR
นอกจากนี้ต้องคำนึง เรื่องการวางระบบโครงสร้าง ภายนอก ภายใน
รวมถึงระบบไฟฟ้า และพื้นที่ในการเดินท่อต่างๆ
3. พลังงานไฟฟ้าที่ใช้
( ดูจากฉลากที่ติดมากับตัวเครื่อง )
- ควรเลือกประเภทที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
โดยดูจาก ค่า EER ( ENERGY EFFICIENCY RATIO )
ค่าที่ได้ควรเท่ากับ10 หรือมากกว่า ค่า EER ยิ่งมากเท่าไรก็จะประหยัดไฟฟ้ามากขึ้น
4. ราคาและการบริการหลังการขาย
ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่มีมาตรฐานใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นการพิจารณาอาจเปรียบเทียบจากจำนวนปี
ที่ใช้งานกับราคาของเครื่อง
และใช้กระแสไฟน้อยที่สุดแต่ให้ความเย็นมากที่สุด รวมถึงการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขาย
การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม
1.บริเวณที่สามารถระบายความร้อนได้สะดวก
2.ไม่โดนฝนสาดได้ง่าย
3.บริเวณที่ไม่ถูกแสงแดดส่องโดยตรงตลอดเวลา
4.บริเวณที่สามารถปล่อยให้เสียง
และลมร้อนเป่าออกมาได้โดยไม่รบกวนบริเวณข้างเคียง
5.ตำแหน่งติดตั้งควรมีโครงสร้างแข็งแรง
หรือใกล้คานหรือเสา เพื่อรับน้ำหนักตัวเครื่องได้ดี
6.ตัวเครื่องควรยกระดับให้พ้นจากพื้นดินอย่างน้อย
10 เซนติเมตร หรือพ้นจากระดับที่น้ำท่วมถึง และในบริเวณที่สามารถซ่อมบำรุงได้ง่าย
7.หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีโอกาสติดไฟเนื่องจากแก๊สรั่ว
8.หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีกรดซัลไฟด์
เช่น บริเวณท่อระบายน้ำทิ้ง
9.ตำแหน่งที่ไม่กีดขวางทางเดิน
ข้อมูล : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
|
|
| |
|
|
| |
Home
Stlyes |
Lanna
teak wood home styles
more... |
|
|
|
Decor |
We
emphasize Lanna being and comfortable in interior design
more... |
|
|
| |
|
|
Construct
house
service in ... |
Lanna
thai contemporary styles.
Teakwood home styles.
Half and half of cements and teakwood construction.
Lanna styles with a bit teakwood home. |
 |
|
|
Interior
Design |
Meticulous
handmade by the expert craftsmen of Lanna and the unique
furnitures. |
 |
|
|
Garden
Design |
The
most touch to nature, indoor and outdoor, which variety
styles. |
 |
|
|
|
|