ไม้ดอกสวยงาม

      ไม้ดอกนานาพรรณที่ออกดอกบานสะพรั่ง เพิ่มสีสันสดใสให้กับสวน หรืออาคารสถานที่ต่างๆ ทั้งการปลูกประดับแปลง และปลูกเป็นไม้กระถางนั้น ส่วนใหญ่เป็นไม้ดอกที่มีอายุสั้น และ ต้องมีการดูแลรักษามากในระหว่างการปลูก แม้อายุการใช้งานจะสั้น แต่มักจะมีสีสันสดใสและผลิดอกพร้อมๆ กันเหมาะสำหรับปลูกประดับในงานแสดง ที่ต้องการ เน้นความสวยงามของสถานที่ในเวลาสั้นๆ ส่วนไม้ดอกที่มีอายุหลายปีต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่า แต่ละต้นอาจผลิดอกไม่พร้อมกัน หรือ บางชนิดอาจจะมีดอกทยอยบานเรื่อยๆ สามารถปลูกประดับได้เป็นเวลานานโดยไม่ต้องเปลี่ยนต้นใหม่ ดังนั้นในการเลือกไม้ดอก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ จึงควรคำนึงถึงความต้องการของผู้ปลูก และประเภทของไม้ดอกให้สัมพันธ์กัน


     การจัดจำแนกไม้ดอกตามอายุ
      ไม้ดอกอายุสั้น (Annual Flowering Plant) คือไม้ดอกที่อายุไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่งอกจาเมล็ด ผลิดอกออกผลและตายไปในที่สุด เช่น ดาวกระจาย เดือนฉาย และสร้อยไก่ เป็นต้น
      ไม้ดอกอายุ 2 ปี (Biennial Flowering Plant) คือไม้ดอกอายุ 2 ปี ที่มีการเจริญเติบโตด้านลำต้นและใบเพียงอย่างเดียวในปีแรก พอปีที่ 2 จะออกดอกและตายไปในที่สุด เช่น ผีเสื้อ ไชนีสฟอร์เก๊ตมีน็อต และประไหมสุหรี เป็นต้น
      ไม้ดอกอายุหลายปี (Perennial Flowering Plant) คือไม้ดอกที่มีอายุมากกว่า 2 ปี สามารถเจริญเติบโตผลิดอกออกผลภายใน 1 ปี และออกดอกทุกปี เช่น กล็อกซิเนีย แพงพวย และคาร์เนชั่น เป็นต้น

      ปัจจัยที่เหมาะสมในการปลูกเลี้ยง
      ( 1.)
       ดินปลูก
ควรเป็นดินร่วน ระบายน้ำและอากาศดี มีธาตุอาหารเพียงพอ เก็บความชื้นได้ดี มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง pH 6-7 ไม่เป็นแหล่งสะสมโรค แมลงหรือสารพิษ ดินปลูกที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมักหาได้ยาก จึงต้องมีการปรับปรุงดิน ที่นำมาใช้ด้วยวัสดุจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น
       ปุ๋ยคอก เป็นปุ๋ยที่ได้จากมูลสัตว์ จะต้องหมักให้เก่าก่อนนำมาใช้
       วัสดุเหลือจากการเกษตร เช่นชานอ้อย กาบมะพร้าว เปลือกถั่ว แกลบดิบ (เปลือกข้าว) และขุยมะพร้าว เป็นต้น
       ถ่านแกลบ ได้จากการนำแกลบดิบมาเผา ใช้เป็นวัสดุปักชำและส่วนผสมดินปลูก
       ใบไม้ผุ เช่น ใบก้ามปู ใบทองหลาง และใบนนทรี
         ทราย ควรใช้ทรายแม่น้ำชนิดหยาบเพื่อช่วยให้ส่วนผสมดินปลูกโปร่ง ระบายน้ำดี
ดินปลูกที่นิยมใช้มีสูตรดังนี้
ดินร่วน
2 ส่วน
กาบมะพร้าวสับ
1 ส่วน
ปุ๋ยคอก
1 ส่วน

      ( 2. )
      แสงสว่าง โดยทั่วไปพืชที่โตเต็มที่แล้วควรได้รับแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมงสำหรับต้นกล้าที่เพิ่งงอกจากเมล็ดหรือย้ายปลูกใหม่ๆ ในช่วงแรกควรใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ต้นปรับตัวก่อนในช่วงแรก เมื่อต้นแข็งแรง และ เริ่มผลิใบจึงให้รับแสงอย่างเต็มที่

      ( 3. )
     ก
ารให้น้ำ ควรรดน้ำในช่วงเช้า เพื่อให้พืชดูดน้ำและแร่ธาตุในดินมาใช้สังเคราะห์แสงได้เต็มที่ และดินจะมีความชื้นลดลงในตอนเย็น ซึ่งช่วยป้องกันการระบาดของเชื้อโรคบางชนิด แต่ละช่วงอายุของไม้ดอกต้องการปริมาณน้ำและวิธีการให้น้ำแตกต่างกัน ดังนี้

      3.1 กระบะเพาะเมล็ดหรือกิ่งชำ วัสดุเพาะควรมีความชื้นสูงเพื่อช่วยในการงอกของเมล็ดและการออกรากของกิ่งชำ ควรให้น้ำโดยใช้หัวฉีดแบบฝอยละเอียด พ่นวันละ 3-4 ครั้ง ให้ชื้นตามความเหมาะสม ไม่ควรให้แฉะเพราะจะทำให้เกิดโรคได้ หรืออาจติดตั้งระบบพ่นหมอกอัตโนมัติ (mist block)

      3.2 ต้นกล้าหรือกิ่งปักชำที่ย้ายปลูกใหม่ เป็นการย้ายปลูกต้นกล้าจากกระบะเพาะ หรือกิ่งปักชำลงถุงดำ หรือกระถางขนาดเล็กดินปลูกควรมีความชื้นสม่ำเสมอ หลังย้ายปลูกควรรดด้วยบัวรดน้ำแบบฝอยละเอียด ตามทันที วันละ 1-2 ครั้ง ประมาณ 1 สัปดาห์ รากจะเจริญมากพอที่จะตั้งตัวได้ จึงให้น้ำลดลง หรือตามความเหมาะสม

      3.3 ไม้กระถางที่โตเต็มที่ ในการปลูกไม้กระถาง ควรให้ระดับดินปลูกอยู่ต่ำ จากขอบปากกระถาง 2-3 ซม. จะช่วยให้ดินไม่ไหลออกนอกกระถาง ขณะให้น้ำ และขังน้ำให้ไหลซึมลงดินอย่างช้าๆ จนถึงก้นกระถาง การให้ควรรดลงดินปลูกหรือโคนต้น ไม่ควรรดน้ำที่ดอก หรือ ยอดต้น เพราะจะทำให้ดอกหรือยอดเน่าได้ง่าย


      3.4 ไม้ดอกปลูกลงแปลง ควรใช้หัวฉีดน้ำแบบพ่นฝอย เพื่อไม่ให้ดินแน่นจากการถูกแรงน้ำกระแทก และเม็ดดินไม่กระเด็นขึ้นมาติดใบและดอก ถ้าบริเวณแปลงปลูกกว้างมากอาจใช้เครื่องฉีดน้ำแบบอัตโนมัติให้น้ำในช่วงเช้าวันละครั้ง

      ( 4. )
      การให้ปุ๋ย ไม้ดอกแทบทุกชนิดโดยเฉพาะไม้กระถางที่มีการจำกัดเนื้อที่ต้องการปุ๋ยต่างๆ เพิ่ม เพื่อการเจริญเติบโตและออกดอกที่สมบูรณ์ วิธีการมีดังนี้

      4.1 การให้ปุ๋ยก่อนปลูก เป็นการผสมปุ๋ยลงในขั้นตอนการเตรียมดิน นิยมใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยพืชสด เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินโดยโรยปุ๋ยที่ก้นหลุมหรือผสมกับดินปลูกในกระถาง

      4.2 การให้ปุ๋ยรอบโคนต้น เป็นการให้ปุ๋ยเม็ดปุ๋ยเกล็ด ก่อนให้ปุ๋ยควรรดน้ำให้พอหมาดแล้วจึงโรยปุ๋ยรอบๆ โคนต้นเป็นแนวตามทรงพุ่ม ทุกๆ 2 สัปดาห์ หลังการให้ปุ๋ยควรกลบดินและรดน้ำตามทันทีปัจจุบันมีปุ๋ยเม็ดละลายช้า เช่น ออสโมโคทนิวตริโคท ซึ่งจะปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาทีละน้อย

      4.3 การให้ปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำ ให้พร้อมกับการให้น้ำแบบระบบน้ำหยดหรือใช้บัวรดน้ำ นิยมใช้ปุ๋ยเกล็ดสูตรเสมอ เช่น สูตร 20-20-20 , 16-16-16 หรือ 14-14-14 ตามอัตราที่ระบุ

ที่มา : สารานุกรมไม้ประดับประเทศไทย.อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.กทม.2543

 

 

 
Home Stlyes
Lanna teak wood home styles         more...
Garden
Variety of garden styles
  more...
Decor
We emphasize Lanna being and comfortable in interior design      more...
     
Construct house
service in ...
Lanna thai contemporary styles.

Teakwood home styles.

Half and half of cements and teakwood construction.

Lanna styles with a bit teakwood home.
Interior Design
Meticulous handmade by the expert craftsmen of Lanna and the unique furnitures.
Garden Design
The most touch to nature, indoor and outdoor, which variety styles.
   Copyright © 2006 Thai Home Art & Nature Co.,Ltd. All Rights Reserved.
   Website : http://www.teakwoodhome.com
   Email : info@teakwoodhome.com