การจัดสวนมืออาชีพ
การจัดสวนบ้าน
      การจัดสวนภายในบ้านพักอาศัย จำเป็นต้องออกแบบให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด และ ให้ดูสวยงามรับกับรูปทรงของบ้าน โดยทั่วไปจะแบ่งพื้นที่บริเวณรอบบ้านเพื่อการจัดตกแต่งดังนี้

      1. บริเวณหน้าบ้านควรจัดเป็นสวนประดับที่มีสนามหญ้า พรรณไม้หรืออาจใช้หินประดับ มีลำธาร น้ำพุ น้ำตก ไฟประดับ ฯลฯ ประกอบอยู่ด้วย
      2. บริเวณด้านข้างตัวบ้าน ควรพิจารณาปลูกพรรณไม้ประดับที่ให้ร่มเงา เพื่อช่วยพรางแสงแดด หรือพรรณไม้ที่มีกลิ่นหอม
      3. บริเวณหลังบ้าน ถ้ามีบริเวณกว้างพออาจออกแบบ ทำบ่อ ลำธาร น้ำตกสระว่ายน้ำ สนามกีฬา กรงเลี้ยงสัตว์ หลุมขยะ ราวตากผ้า แปลงปลูกผักสวนครัวไม้ผลหรือไม้ประดับยืนต้น

      ข้อคิดบางประการเกี่ยวกับการจัดสวนบ้าน
      1. การเลือกพรรณไม้ ควรพิจารณาดังนี้
            1.1 เจริญเติบโตได้ดี ไม่มีโรคแมลงรบกวนหรือมีโรคแมลงกวนน้อย เช่นเข็มชนิดต่างๆ ไม้ดัด-ไม้แคระ ปาล์มชนิดต่างๆ
            1.2 มีกลิ่นหอม เช่น พุด ราตรี จำปี จำปา กระดังงา การะเวก นางแย้ม แก้ว โมก
            1.3 ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ปลูกประดับเพื่อความสวยงาม แต่ในขณะเดียวกันก็อาจตัดใบ หรือ ดอกไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกด้วย เช่น ปริก หมากเหลือง ปรงเตยหอม
            1.4 ไม่เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ พรรณไม้ที่เป็นพิษ หรือ มีอันตราย เช่น อากาว่า เข็มกุดั่น ลำโพง ฝิ่น ฯลฯ

      2. การปรับแต่งพื้นที่ ควรคำนึงถึงการระบายน้ำ กล่าวคือ ต้องปรับพื้นที่ให้น้ำระบายลงสู่ท่อระบายน้ำให้หมด อย่าให้น้ำไหลเข้าบ้าน หรือมีน้ำขังอยู่ในพื้นที่สวน

      3. สัตว์เลี้ยง ประเภทสุนัขและไก่ มักขุดคุ้ยหรือนอนทับต้นไม้ ทำให้เสียหาย จึงไม่ควรเลี้ยงสัตว์ หากเลี้ยงต้องทำกรงขัง หรือจำกัดขอบเขตให้อยู่เฉพาะที่

      4. หากตัวบ้านอยู่สูงกว่าพื้นที่ถนนภายในบ้าน ควรแต่งเนินเดินให้สูงกว่าถนน (ใช้ผิวถนนเป็นที่ระบายน้ำ) จะทำให้สวนประดับและบ้านดูเด่นสวยงาม

      5. ไม่ควรฉีดสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช บ่อยจนเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย ฉะนั้นจึงควรเลือก ปลูกเฉพาะพรรณไม้ที่ไม่มีศัตรูรบกวน

การตัดแต่งเพื่อบังคับทรงพุ่มทำได้ 2 ลักษณะ
     1. ตัดแต่งให้กิ่งใบมีลักษณะเรียบและโค้งมนทำได้ 2 ลักษณะดังนี้
          1.1 รูปทรงกลม คล้ายลูกซาลาเปา
          1.2 รูปทรงอิสระมีส่วนเว้าโค้ง

     2. ตัดซอยกิ่ง การตัดแบบนี้ จะไม่ตัดหมดทุกกิ่งจะเลือกตัดเฉพาะกิ่งที่สูงๆ หรือ ยาวออก เพื่อควบคุมความสูงของพุ่มไม้ไม่ให้สูงจนเกินไป นิยมทำกับพรรณไม้ต่อไปนี้ เช่น โกสน เล็บครุฑ ฉัตรแก้ว ฉัตรนาค อ้อลาย อ้อเขียว พืชตระกูลซอง ฯลฯ

          2.1 ไม้ดอก ไม้ดอกที่ปลูกประดับสวนมีหลายชนิด มีอายุการเจริญเติบโตและการออกดอกแตกต่างกัน มีวิธีการตัดแต่งได้ 2 ลักษณะดังนี้
               2.1.1 ตัดกิ่งที่ดอกบานเต็มที่หรือกำลังจะร่วงโรยออก ให้เหลือแต่ตอ แล้วรอให้ตอเจริญเติบโตกิ่งก้าน ออกดอกใหม่หมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ใช้กับพรรณไม้ต่อไปนี้เช่น กุหลาบวาเลนไทน์ เวอร์บิน่า ผกากรอง บานเช้า ฯลฯ
               2.1.2 ตัดซอยกิ่งโดยเลือกตัดเฉพาะกิ่งที่สูง หรือยาวกว่ากิ่งอื่นๆ หรือกิ่งที่ดอกบานเต็มที่ หรือดอกร่วงโรยไปแล้ว วิธีนี้กิ่งที่สั้นหรือต่ำกว่าจะไม่ถูกตัด และ จะเป็นกิ่งที่เจริญเติบโตออกดอกทดแทนกิ่งที่ถูกตัดออกไป จึงทำให้พืชออกดอกไม้ตลอดปีหรือเกือบตลอดปี เช่น เฟื่องฟ้า กุหลาบ เข็มปัตเวีย ชบาฮาวาย เข็มเศรษฐี เข็มมาเลเซีย ฯลฯ

          2.2 ไม้ดัด การตัดแต่งไม้ดัดทำได้ดังนี้
               2.2.1 แบบเป็นพุ่มลดระดับ การตัดแต่งควรตัดแต่งให้แต่ละพุ่ม มีขนาดและระดับของพุ่มแตกต่างกัน ลักษณะของพุ่มควรเป็นรูปฝาชี จะมีความสวยงามกว่ารูปวงกลม ไม้ดัดแบบนี้บางชนิดต้องใช้วิธีการดัดกิ่งดัดต้นช่วยด้วย เพื่อให้ดูอ่อนช้อยสวยงาม
               2.2.2 แบบซุ้มประตูต่อเนื่อง การทำไม้ดัดแบบนี้ควรมีโครงเหล็กเส้นดัดให้มีลักษณะโค้งเป็นแกนไว้ก่อน แล้วปลูกพรรณไม้ (อาจใช้ไทรอังกฤษ) ปลูกที่โคนของโครงเหล็ก คอยดูแลตัดแต่งกิ่งบังคับให้ต้นไม้เจริญเติบโตไปตามโครงเหล็กใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ก็จะได้ซุ้มประตูต้นไม้ตามที่ต้องการ

               2.2.3 แบบตัวอักษร การปลูกพรรณไม้แล้วตัดแต่งบังคับให้เป็นตัวหนังสือ จะใช้เหล็กเส้นทำเป็นโครงตัวหนังสือไว้ก่อน แล้วปลูกพรรณไม้ให้อยู่ในโครงเหล็กเส้นเช่น สนทะเล สนประดิพัทธ์ เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาให้มั่นขริบเล็มกิ่งอยู่เสมอ จะช่วยทำให้ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาได้ดียิ่งขึ้น และ เมื่อกิ่งเจริญออกมานอกโครงเหล็ก ก็ให้ตัดแต่งกิ่งตามรูปโครงเหล็กที่ทำไว้
               2.2.4 แบบรูป คน สัตว์ การปลูกไม้ดัดแบบนี้จะทำโดยผูกมัดโครงลวดหรือเหล็กเส้น ให้มีลักษณะเหมือนคน สัตว์ เสียก่อนแล้วปลูกพรรณไม้ เช่น สนทะเล สนประดิพัทธ์ ชาฮกเกี้ยน แล้วคอยตัดแต่ง บังคับพรรณไม้ให้รูปทรงตามโครงลวดที่ทำไว้

          2.3 ปาล์ม โดยปกติแล้วจะมีการดูแลตัดแต่งน้อยกว่าพืชชนิด อื่นๆ การตัดแต่งปาล์มทำได้ดังนี้
               2.3.1 กรีดลอกกาบใบออก ควรทำในขณะที่ใบล่างแก่เริ่มแสดงอาการใบเหลืองซีด โดยใช้มีดหรือกรรไกรที่คมๆ กรีดแล้วลอกเอากาบใบออก นิยมทำกับปาล์มแชมเปญ ปาล์มขวดวิธีการนี้ จะช่วยทำให้โคนต้นปาล์มมีลักษณะโป่งพอง สวยงาม และนิยมทำกับจั๋ง จะทำให้ลำต้นของจั๋งดูเกลี้ยงเกลาสวยงาม
               2.3.2 ตัดก้านใบเก่าออก โดยใช้เลื่อยตัดที่โคนก้านใบเก่าออก จะทำให้ตอของก้านใบที่เหลืองติดอยู่ กับ ลำต้นมีลักษณะเป็นเกล็ดซ้อนทับกันสวยงาม นิยมทำกับต้นอินทผลัม และต้นปาล์มน้ำมัน
               2.3.3 ลอกดึงใบแห้งออก ปาล์มบางชนิดเช่น หมากนวล หมากเหลือง หมากเขียว เมื่อใบแก่เต็มที่แล้วจะมีลักษณะ เหลืองและแห้งห้อยติดคาต้น ทำให้ดูรกรุงรัง ควรดึงใบแห้งออกจากต้นให้หมดจะทำให้ลำต้นดูสวยงามขึ้น

          2.4 ไม้ยืนต้นให้ร่มเงา
          การตัดแต่งไม้ยืนต้นหลังจากปลูกปีละ 1 ครั้ง จะช่วยทำให้ต้นไม้ออกดอก และแตกใบใหม่ได้พร้อมกันทั้งต้น ลำต้น กิ่งและใบจะสมบูรณ์แข็งแรงแผ่กระจายสวยงาม การตัดแต่งกิ่งไม้ยืนต้นทั่วๆ ไป ควรเลือกตัดกิ่งที่มีลักษณะดังนี้
               - เป็นโรคหรือถูกแมลงเจาะทำลายมาๆ
               - แห้งตาย
               - ขึ้นซ้อนทับกัน
               - เป็นกิ่งกระโดง คือกิ่งเจริญอยู่ภายในทรงพุ่ม

          วิธีการตัดกิ่งขนาดใหญ่มีข้อปฏิบัติดังนี้
               1. ใช้เลื่อยตัดด้านใต้ท้องกิ่งให้ห่างจากโคนกิ่งเล็กน้อย ตัดให้ลึกประมาณ 1/3 ของความหนาของกิ่ง
               2. ใช้เลื่อยตัดด้านบนของกิ่งให้รอยตัดอยู่เยื้อง กับ รอยตัดด้านล่างเล็กน้อยวิธีนี้ จะทำให้กิ่งฉีกขาดไปถึงลำต้น
               3. ใช้เลื่อยตัดตอของกิ่งที่เหลืออยู่ให้ชิดลำต้น แล้วใช้ปูนหรือน้ำมันทารักษารอยแผล

          การพรวนดิน
          การพรวนดิน จะช่วยทำให้ดินร่วนโปร่ง มีการระบายน้ำและอากาศดีขึ้น ช่วยกำจัดวัชพืชและ ทำให้ขอบกลุ่มพรรณไม้คมชัดสวยงามโดยทั่วไปจะทำไปพร้อมๆ กับการตัดแต่งกิ่งโดยใช้เสียมสับพรวนดินในแปลงกลุ่มต้นไม้ หรือ รอบโคนต้นไม้โดยเน้นการสับขอบแปลงให้มีลักษณะเรียบคมชัด พรวนถอนเก็บรากเหง้าของหญ้า และวัชพืชออกให้หมด

          ลักษณะการพรวนดินต้นไม้มี 2 ลักษณะดังนี้
               1. พรวนดินต้นไม้เป็นแปลงหรือกลุ่ม จะใช้กับพรรณไม้ที่ปลูกรวมกันเป็นกลุ่มมีระยะปลูกต่อต้านประมาณ 4-5 นิ้ว ได้แก่ไม้คลุมดิน ไม้ดอกและไม้พุ่มต่างๆ
               2. พรวนดินต้นไม้เฉพาะต้น จะใช้กับพรรณไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ เช่น ปาล์ม สนประดับ สำหรับไม้ยืนต้น ให้ร่มเงาขนาดใหญ่ควรทำโคนต้นให้ มีลักษณะสวยงาม โดยการปลูกพรรณไม้ที่ต้องการแสงรำไร หรือปูกรวด หรือก่ออิฐ ทำขอบรอบโคนต้นในลักษณะต่างๆ

          ข้อพิจารณาในการพรวนดินต้นไม้มีดังนี้
               1. ไม่ควรสับพรวนดินให้ย่อยละเอียดจนเกินไป จะทำให้ดินแน่นเร็ว การระบายน้ำและอากาศจะไม่ดี
               2. ไม่ควรสับพรวนดินลึกจนเกินไปจะทำให้รากของต้นไม้ฉีกขาด
               3. การพรวนสับขอบกลุ่มต้นไม้ ควรพรวนสับขอบรักษาให้อยู่ในแนวเดิม อย่าพรวนขยายขอบออกเรื่อยๆ จะทำให้ดูไม่สวยงาม
               4. เสียมที่ใช้พรวนสับขอบควร เป็นเสียมที่มีขนาดกะทัดรัดจับถือได้ถนัดมือ ส่วนที่เป็นคมเสียมมีลักษณะเรียบตรงและคม
               5. การพรวนดินกลุ่มต้นไม้ที่ปลูกเป็นแปลงหรือปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จำเป็นต้องเดินเข้าไปพรวนในแปลง ควรใช้วิธีพรวนถอยหลัง เพื่อจะได้ไม่เหยียบส่วนที่พรวนดินไว้แล้ว และ ต้องคอยระมัดระวังการเหยียบต้นไม้ด้วย

          การถูกทำลายจากโรคและแมลง ปกติการใช้สารเคมีกำจัดโรคแมลง จะใช้ก็ต่อเมื่อเห็นพืชเริ่มถูกทำลายหรือพืชเริ่มแสดงอาการเป็นโรคเท่านั้น จะไม่ใช้สารเคมีบ่อยครั้งเหมือนพืชผักหรือไม้ผลอื่นๆ เพราะ สวนประดับจะมีผู้เข้าไปชมสวนใช้พักผ่อนอยู่ใกล้ชิกับต้นไม้ อาจจะเป็นอันตรายได้ ฉะนั้นถ้าพรรณไม้ชนิดใดมีปัญหาเกี่ยวกับ โรคแมลงมาต้องฉีดยาบ่อยๆ จึงนิยมแก้ปัญหาโดยนำพืชชนิดอื่นที่โรค-แมลงไม่ชอบทำลาย และมีลักษณะใกล้เคียงกันปลูกแทน

ที่มา : ประเวศ ไชยวงศ์ , การจัดสวนประดับ 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง กทม. 2543



 

 
Home Stlyes
"แบบเรือนไม้สัก" บ้านไม้สักสไตล์ล้านนา         more...
Garden
"สวนสวย" สวนหลากหลายสไตล์
  more...
Decor
"งานด้านตกแต่ง" งานตกแต่งภายใน ที่เน้นความเป็นล้านนา กับ ความสะดวกสบาย      more...
     
   Copyright © 2006 Thai Home Art & Nature Co.,Ltd. All Rights Reserved.
   Website : http://www.teakwoodhome.com
   Email : info@teakwoodhome.com